สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมกับสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการ‍พัฒนา (ไอเอฟดี) จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา โครงการพัฒนาความร่วมมือด้านสินค้าอุตสาหกรรมและบริการฮาลาล เชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมฮาลาลไทยกับต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา “โครงการพัฒนาความร่วมมือด้านสินค้าอุตสาหกรรมและบริการฮาลาลเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันภายใต้นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ” โดยมี นายชาลี ขันศิริ ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ และสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา ที่ปรึกษาโครงการฯ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมการสัมมนา จำนวน 200 ราย ณ โรงแรม อัลมีรอซ ถนนรามคำแหง กรุงเทพฯ


พิธีเปิดการสัมมนา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมกล่าวว่า ตลาดสินค้าและบริการฮาลาลของโลกได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันตลาดฮาลาลของโลกมีมูลค่าประมาณ 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีแรงขับเคลื่อนจากอำนาจการซื้อของประชากรมุสลิมทั่วโลกมากกว่า 2 พันล้านคน คิดเป็นประมาณร้อยละ 25 ของประชากรโลก และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ในปี ค.ศ. 2050 โดยการดำเนินโครงการฯ มีเป้าหมายหลักเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านอุตสาหกรรมและบริการฮาลาลในสาขาที่ไทยมีศักยภาพและมีโอกาสในการพัฒนาร่วมกัน ตลอดจนการสร้างกลไกในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างไทยกับประเทศเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กรอบ IMT-GT รวมถึงในระดับทวิภาคี เช่น โอมาน และตุรกี กิจกรรมการสัมมนามีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษา และเป็นโอกาสอันดีในการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความเห็น ระหว่างนักวิจัย ผู้เสวนาทรงคุณวุฒิ และผู้เข้าร่วมงาน เพื่อให้ผลการศึกษาของโครงการมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น


การนำเสนอผลการศึกษาภายใต้การดำเนินโครงการฯ โดย นำเสนอผลการศึกษา  “โครงการพัฒนาความร่วมมือด้านสินค้าอุตสาหกรรมและบริการฮา‍ลาลเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ” ตลอดระยะเวลา 9 เดือน โดย นายทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบัน‍อนาคตศึกษาเพื่อการ‍พัฒนา (ไอเอฟดี) และผศ.ดร.ปะการัง ชื่นจิตร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยผลศึกษาวิเคราะห์ผ่านแบบจำลอง ดัชนีผสม การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศเป้าหมาย รวมถึงกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ ในภาพรวมพบว่าตลาดสินค้าและบริการฮาลาลทั่วโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา จีน สหรัฐอเมริกา และอินเดีย เป็นผู้ส่งออกสินค้าฮาลาลรายใหญ่ที่สุด ในขณะที่ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และอินโดนีเซีย เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ สำหรับไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าฮาลาลไปยังตลาดโลกประมาณ 8.85 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และจีน สำหรับสินค้าและประเทศเป้าหมายที่ไทยควรเร่งส่งเสริม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช เช่น น้ำตาล ซอสปรุงรส เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ โดยมีประเทศเป้าหมาย ได้แก่ อินโดนีเซีย ตุรกี โอมาน และคาซัคสถาน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและยังมีโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือผ่านการจัดทำข้อริเริ่มความร่วมมือระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในการพัฒนาภาคบริการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิต เช่น บริการโลจิสติกส์ฮาลาล การรับรองมาตรฐาน และระบบติดตามย้อนกลับ เพื่อสร้างระบบนิเวศฮาลาลที่สมบูรณ์ โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายมุ่งเน้นการลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการบูรณาการมาตรฐานสากลและการใช้เทคโนโลยี พร้อมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงตลาดด้วยการพัฒนาข้อมูลเชิงลึกและจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนความรู้กับต่างประเทศ เพื่อยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลของภูมิภาคภายในทศวรรษหน้า ในฐานะประเทศมิตรต่อชาวมุสลิมและผู้ผลิตสินค้าฮาลาลคุณภาพ


การเสวนาหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลในภูมิภาคของไทย” จากผู้แทนสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้แลกเปลี่ยนในมุมมองจากประสบการณ์และภารกิจของหน่วยงาน โดยพบว่าผู้ประกอบการของไทยโดยเฉพาะ SMEs ในปัจจุบันมีศักยภาพในการแข่งขันด้วยสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานทั้งในรูปแบบวัตถุดิบ อาหารแปรรูป และอาหารพร้อมรับประทาน แต่ยังคงมีความท้าทายในด้านการสร้างการยอมรับจากต่างประเทศเนื่องจากไทยไม่ใช่ประเทศมุสลิม โดยเฉพาะการเข้าไปทำตลาดที่อาจถูกมองว่าเป็นคู่แข่ง จึงต้องมีการศึกษาและกลยุทธ์ที่ดี เช่น การผลิตร่วม การวิจัยร่วม หรือส่งออกวัตถุดิบ ทั้งนี้ ไทยมีศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลที่สามารถตรวจสอบถึงการปนเปื้อนของสิ่งต้องห้ามด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับมาตรฐานสากลอื่น ๆ ได้ โดยได้รับการยอมรับในวงกว้างเพิ่มมากขึ้นผ่านการเป็นสมาชิกกรอบความร่วมมือและการฝึกอบรมให้กับต่างประเทศ สำหรับในภาคการศึกษา ปัจจุบันมีหลักสูตรฝึกอบรมที่ไม่ใช่ระดับปริญญาให้แก่ผู้ประกอบการและพนักงานทุกศาสนาที่มีความสนใจในด้านการบริหารจัดการระบบฮาลาล เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจตามหลักการฮาลาล โดยผู้เสวนาเห็นพ้องถึงโอกาสในการพัฒนากระบวนการตรวจสอบฮาลาล (Accreditation Body) และการรับรองฮาลาล (Certification Body) ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดสินค้าและภาคบริการฮาลาลของไทยในระดับสากล

Leave A Reply

Your email address will not be published.