วันที่ 10 ส.ค. 2569 ไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) ประธานสถาบันการสร้างชาติ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ แถลงผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “ฮั้ว สว. ชี้: 5 วิกฤตศรัทธา-5 ข้อเสนอต่อ กกต.” กลุ่มตัวอย่าง 1,371 ราย สำรวจช่วง 4-7 ส.ค. 2569 ครอบคลุม 6 ภูมิภาค ค่าความเชื่อมั่น 95% และค่าคลาดเคลื่อน ±3%
ผลไอเอฟดีโพลชี้ภาพสะท้อนวิกฤตศรัทธาต่อการดำเนินคดีกับคนใหญ่ 82% วิกฤตความเชื่อมั่นต่อสภาสูง องค์กรอิสระ และทุนการเมือง 61% วิกฤตต่อกระบวนการยุติธรรม 60% วิกฤตต่ออนาคต 22% ที่กลัวการฮั้วซ้ำจนกลายเป็นพิมพ์เขียว และวิกฤตต่ออำนาจประชาชน 30% ที่สิ้นหวังจนถอดใจ จึงเสนอ กกต. ส่งศาลฎีกาตัดสิน ทำสำนวนให้รัดกุม มุ่งจัดการทั้งระบบเอาผิดผู้บงการ เปิดหลักฐานคณะไต่สวนชุด 26 และ 36 และแก้พิมพ์เขียวป้องกันฮั้ว สว. ในอนาคต
ผลไอเอฟดีโพล เปิดเผยผลสำรวจในประเด็น “จากคดีฮั้ว สว. ท่านคิดว่าจะเอาผิดได้ถึงระดับใด?” พบว่า ประชาชนมองว่าสามารถเอาผิดได้ถึงแค่ สว. บางรายและคนเดินเรื่อง 33.19% เอาผิดได้ถึงแกนนำ/ตัวการสำคัญบางส่วน แต่ไม่ถึงผู้สั่งการใหญ่ 30.12% และเอาผิดใครไม่ได้เลย / กกต. ยกคำร้องทั้งหมด 18.96% สามารถเอาผิดได้ถึงตัวการใหญ่และผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม 7.44% และไม่ทราบ / ไม่มีความเห็น 10.29%
เมื่อถามเจาะลึกถึงความกังวลเกี่ยวกับ “ผลกระทบต่อการเมืองไทย” หาก กกต. ยกคำร้อง ไม่ส่งศาล หรือเอาผิดไม่ถึงผู้สั่งการ พบว่า ประชาชนกังวลในเรื่ององค์กรอิสระขาดความน่าเชื่อถือ (เช่น ป.ป.ช., ศาลรัฐธรรมนูญ, กกต.) 32.02% รองลงมาคือ อาจเกิดการฮั้ว สว. ซ้ำ เพราะช่องโหว่ไม่ถูกแก้ 21.59% ตามด้วย สว. ขาดความชอบธรรมในการออก-แก้กฎหมาย/รัฐธรรมนูญ 17.14% และวุฒิสภาถูกกลุ่มการเมืองและกลุ่มทุนครอบงำ 11.89% กังวลว่าจะเกิดสภาวะรัฐสภาเป็นอัมพาต งานขับเคลื่อนประเทศชะงัก 6.93% และมีผู้ที่ไม่กังวล เชื่อว่า กกต. พิจารณาอย่างเป็นธรรม อยู่ที่ 1.53% และไม่ทราบ / ไม่มีความเห็น 8.90%
ส่วนความกังวลเกี่ยวกับ “ผลกระทบต่อตัวท่านและสังคม” ผลโพลสะท้อนความกังวลของประชาชนว่า ตนเองและสังคมจะหมดศรัทธากระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ (เอาผิดได้แค่คนตัวเล็ก) ถึง 34.50% รองลงมาคือ หมดความเชื่อมั่นต่อ กกต. ในคดีใหญ่ๆ 24.73% และ หมดหวัง/เลิกสนใจการเมือง 22.17% ขณะที่ 7.95% กังวลว่าความขัดแย้งจะรุนแรงจนนำไปสู่การชุมนุมประท้วง ส่วนผู้ที่ไม่กังวลเพราะ เชื่อว่า กกต. พิจารณาอย่างเป็นธรรม มีเพียง 1.97% ประเด็น อื่นๆ หมดหวังกับประเทศชาติจะไม่พัฒนาไปกว่านี้ 0.51% และ ไม่ทราบ / ไม่มีความเห็น 8.17%
จากผลโพลคดีฮั้ว สว. ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ได้สรุป 5 นัยยะสำคัญจากผลไอเอฟดีโพล และ 5 ข้อเสนอแนะ ถึง กกต. ดังนี้
- วิกฤตศรัทธาต่อคนตัวใหญ่ (82%) ประชาชนถึง 82% กังวลว่าการลงโทษจะไปไม่ถึงตัวการใหญ่หรือนายทุนเบื้องหลัง ขณะเพียง 7% ที่เชื่อว่าจะเอาผิดได้ทั้งหมด—ต่างกันถึง 11 เท่า-สะท้อนวิกฤตศรัทธาหนี้สงสัยที่ทำลายความเชื่อมั่นต่อผู้มีอำนาจที่ถูกสงสัยไม่ว่าจะดันโครงการใด ก็พร้อมตั้งคำถาม/ข้อสงสัย จนขับเคลื่อนได้ยาก
- วิกฤตศรัทธาต่อสภาสูง องค์กรอิสระ และทุนการเมือง (61%) ความคลางแคลงใจลุกลามสู่กลไกรัฐรวม 61% ได้แก่ องค์กรอิสระขาดความน่าเชื่อถือ 32%, สว. ขาดความชอบธรรมในการใช้อำนาจ 17% และความหวั่นเกรงว่ากลุ่มทุนกับการเมืองจะร่วมมือกันกินรวบแต่งตั้ง สว. อีก 12%
- วิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรม (60%) เมื่อกลไกรัฐถูกตั้งคำถาม การล้มเหลวในการลงโทษผู้บงการจึงสะเทือนกระบวนการยุติธรรมรวม 60% โดยส่งผลเสียในระดับองค์กรจากการขาดศรัทธาต่อ กกต. 25% และลึกลงไปถึงระดับโครงสร้างยุติธรรมในภาพรวมอีก 35%
- วิกฤตศรัทธาว่าอนาคตจะมีการฮั้ว สว. อีก (22%) หากไม่ได้รับการจัดการอย่างจริงจัง เด็ดขาด และครอบคลุมทั้งระบบ คดีนี้จะกลายเป็น “พิมพ์เขียว” ที่ทำให้ผู้กระทำผิดมองว่าคุ้มค่าและเสี่ยงต่ำ พร้อมตอกย้ำความกังวลว่าการเลือก สว. ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะยังคงถูกบิดเบือนต่อไป
- วิกฤตศรัทธาต่ออำนาจประชาชน (30%) ผลกระทบทั้งหมดปะทุกลับมาที่ภาคประชาชน ทำให้ Active Citizen หรือพลชาติที่ห่วงบ้านเมืองเกิดวิกฤตศรัทธาต่ออำนาจตนเองถึง 30% โดย 22% สิ้นหวังจนเลิกสนใจการเมือง และอีก 8% กังวลว่าความหมดหวังจะถูกดันไปสู่การชุมนุมประท้วง
5 ข้อเสนอแนะ” ต่อ กกต.
- กกต.อย่าตัดตอน ส่งศาลฎีกาตัดสิน ไม่ตัดตอนหรือหยุดคดีเองในชั้น กกต. แต่ควรรวบรวมเรื่องส่งให้ศาลฎีกาเป็นผู้ชี้ขาดอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม
- กกต. ทำสำนวนดี: ข้อมูลรัดกุมครบ ทำสำนวนอย่างละเอียด รอบคอบ และครบถ้วน ทั้งสำหรับใช้เองและส่งศาล ปิดช่องโหว่ไม่ให้สำนวนอ่อนจนหลุดคดี เพื่อให้สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้จริง
- กกต.เน้นตัวใหญ่: ผู้วางระบบฮั้ว ผู้ให้เงินฮั้ว ผู้ปฏิบัติการฮั้ว ต้องมุ่งเอาผิดถึงผู้บงการ/ตัวใหญ่ ไม่ใช่จับเพียง “ปลาซิวปลาสร้อย” แล้วปล่อยตัวจริงให้รอดยกเข่งหรือรอดไปได้บางส่วน
- กกต. เปิดหลักฐาน: คณะไต่สวนชุด 26 และ 36 ซึ่งทั้ง 2 คณะนี้กลับมีความเห็นย้อนแย้งกัน เพื่อให้สังคมได้รับรู้ข้อมูลอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
- กกต. เสนอ: แก้พิมพ์เขียว ป้องกันฮั้ว สว. อีก หากปล่อยไว้ กลุ่มที่ฮั้วจะมองว่าคุ้มค่าและเสี่ยงต่ำ จนทำซ้ำรอบถัด กกต. จึงต้องถอดบทเรียน และสร้างพิมพ์เขียวเลือกครั้ง สว.ใหม่ ทำให้การฮั้วแพงจนไม่คุ้มจะเสี่ยง

ลักษณะประชากร
กลุ่มตัวอย่าง 1,371 ราย สำรวจใน 6 ภูมิภาค จำแนกเป็นเพศชาย 47.34% หญิง 48.72% เพศทางเลือก 2.33% ไม่ประสงค์ระบุ 1.61% ช่วงอายุ 18-25 ปี 13.35% 26-35 ปี 17.80% 36-45 ปี 24.14% 46-59 ปี 24.51% และ 60 ปีขึ้นไป 20.20% ระดับการศึกษา ประถม/ต่ำกว่า 8.83% มัธยมต้น 22.39% มัธยมปลาย/ปวช. 24.07% อนุปริญญา/ปวส. 14.08% ป.ตรี 16.23% และสูงกว่า ป.ตรี 6.42% อาชีพ ข้าราชการ/ลูกจ้างรัฐ/รัฐวิสาหกิจ 10.72% พนักงาน/ลูกจ้างเอกชน 17.87% เจ้าของธุรกิจ/ประกอบอาชีพอิสระ 18.38% เกษตรกรรม/เลี้ยงสัตว์/ประมง 10.21% รับจ้างทั่วไป 17.94% แม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณ 7.88% นักเรียน/นักศึกษา 9.56% ว่างงาน 7.44% และ ภูมิภาค ภาคเหนือ 17.21% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 33.41% ภาคกลาง 14.37% ภาคตะวันออก 8.83% กทม. และปริมณฑล 13.28% และภาคใต้ 12.91%
ดาวน์โหลด
Press IFD POLL_10.08.2026 [pdf]
Info_IFD POLL_10.08.2026 [pdf]
