Skip to content Skip to footer

ไอเอฟดีโพลชี้ โยกย้ายข้าราชการ 69 : 62.39% ชี้ไร้คุณธรรม – เกือบ 55% หวั่นรัฐอัมพาต ชู “อุปถัมภ์เชิงบวก” เลือกดี-เก่ง

วันที่ 17 สิงหาคม 2569  ไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) ประธานสถาบันการสร้างชาติ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ แถลงผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ไอเอฟดีโพลชี้ โยกย้ายข้าราชการ 69 : 62.39% ชี้ไร้คุณธรรม – เกือบ 55% หวั่นรัฐอัมพาต ชู “อุปถัมภ์เชิงบวก” เลือกดี-เก่ง” กลุ่มตัวอย่าง 1,332 ราย ลงพื้นที่สำรวจระหว่างวันที่ 12–15 สิงหาคม 2569 ครอบคลุม 6 ภูมิภาค ระดับความเชื่อมั่น 95% และค่าคลาดเคลื่อน ±3%

ผลไอเอฟดีโพล สะท้อนความกังวลต่อระบบแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง โดย 62.39% มองว่าอิทธิพลบ้านใหญ่ การเมือง เส้นสาย และเงิน มีผลต่อการแต่งตั้ง ขณะที่ความรู้ ความสามารถ และผลงานอยู่ที่ 22.82% หรือแตกต่างกันเกือบ 3 เท่า ขณะเดียวกัน ผลกระทบที่สะท้อนภาวะ “รัฐอัมพาต 3 ประสาน” รวม 54.52% ทั้งงานราชการล่าช้า คนดี–คน‍เก่งหมดกำลังใจ และนโยบายขาดความต่อเนื่อง อีก 45.48% สะท้อนความกังวลต่อทุจริต พวกพ้อง ธุรกิจสีเทา และการ‍บังคับใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม 34.46% ยอมรับข้าราชการที่เก่งและดี พอมีผลงาน แม้มีฝ่ายการเมืองหรือผู้‍มีอำนาจหนุนหลัง

ผลไอเอฟดีโพล เมื่อถามว่า “จากมุมมองของประชาชน การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงใช้เกณฑ์ใดเป็นหลัก” พบว่า ความรู้ ความสามารถ และผลงาน 22.82% รองลงมาคือ อิทธิพลบ้านใหญ่ กลุ่มทุน หรือผู้มีอิทธิพล 20.65% การ‍สนับสนุนจากฝ่ายการเมืองหรือรัฐมนตรี 18.17% ระบบเส้นสาย รุ่น หรือสถาบัน 13.06% การจ่ายเงินซื้อตำแหน่ง 10.51% ความอาวุโสและอายุราชการ 8.93% และอื่น ๆ / ไม่แน่ใจ / ไม่ตอบ 5.86%

ส่วนคำถามว่า “หากการแต่งตั้งโยกย้ายไม่โปร่งใส ประชาชนกังวลผลกระทบใดมากที่สุด” พบว่า ระบบทุจริตจะฝัง‍รากลึกและเอื้อประโยชน์พวกพ้อง 28.07% รองลงมาคือ งานราชการล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาไม่ได้ 23.41% คนดีและคนเก่งหมดกำลังใจหรือลาออกจากระบบ 21.67% ส่วย ธุรกิจสีเทา และผู้มีอิทธิพลขยายตัว 9.53% นโยบายสำคัญขาดความต่อเนื่อง 9.44% และการบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นธรรมหรือใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้าม 7.88%

นอกจากนั้น ผลสำรวจในประเด็น “หากไม่สามารถหาข้าราชการระดับสูงที่สมบูรณ์แบบได้ ประชาชนยอมรับบุคคลลักษณะใดได้มากที่สุด” พบว่า เก่งและดี พอมีผลงาน แม้มีฝ่ายการเมืองหรือผู้มีอำนาจหนุนหลัง 34.46% รองลงมาคือ เก่งและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่มีข้อสงสัยเรื่องทุจริต 17.64% ไม่แน่ใจหรือไม่แสดงความคิดเห็น 15.69% มีเครือข่ายดึง‍งบประมาณมาพัฒนาได้ โดยไม่สนใจเรื่องความสามารถและความเป็นคนดีนัก 12.91% ซื่อสัตย์แต่ทำงานช้าและไม่กล้าตัดสินใจ 12.54% และไม่โกงเอง แต่หลับตาให้พวกพ้องโกงเพื่อให้งานเดินหน้า 6.76%

จากผลโพลการโยกย้ายข้าราชการปี 2569 ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ สรุป 4 นัยยะสำคัญ และ 2 ข้อเสนอจากผลไอเอฟดีโพล ดังนี้

  1. ระบบไร้คุณธรรม(62.39%) ชนะ (3เท่า) ระบบคุณธรรม (22.82%)  ประชาชนมองว่าเกณฑ์นอกระบบคุณธรรมมีอิทธิพลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายรวม 62.39% ทั้งทุนบ้านใหญ่ 20.65% ตั๋วการเมือง 18.17% เส้นสาย 13.06% และซื้อตำแหน่ง 10.51% ขณะที่ความรู้ ความสามารถ และผลงานอยู่ที่ 22.82% สะท้อนภาพว่า “อำนาจ–ทุน–เส้นสาย–เงิน” มีน้ำหนักเหนือระบบคุณธรรมเกือบ 3 เท่า
  2. ระบบรัฐอัมพาต 3 ประสาน (55%) การโยกย้ายที่ไม่โปร่งใสอาจกระทบรัฐพร้อมกัน 3 ด้าน รวม 54.52% หรือประมาณ 55% ได้แก่ คนพัง คนดี–คนเก่งหมดกำลังใจหรือลาออก 21.67% ระบบพัง งานราชการล่าช้า ไร้‍ประสิทธิภาพ 23.41% และ นโยบายพัง ขาดความต่อเนื่อง 9.44% หมายความว่าการตั้งคนผิดอาจไม่ได้เสียเพียงตำแหน่งเดียว แต่กระทบทั้งคน งาน และนโยบาย
  3. ระบบอำนาจชั่ว ครองเมือง (45.48%) ผลกระทบด้านโครงสร้างอำนาจรวม 45.48% ประกอบด้วย ระบบทุจริตฝัง‍รากและเอื้อพวกพ้อง 28.07% ส่วย ธุรกิจสีเทา และผู้มีอิทธิพลขยายตัว 9.53% และการบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นธรรมหรือใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้าม 7.88% สะท้อนความกังวลว่า หากตำแหน่งราชการกลายเป็นรางวัลตอบแทนทางการเมือง อำนาจรัฐอาจถูกใช้คุ้มครองเครือข่ายและผลประโยชน์มากกว่าประโยชน์ส่วนรวม
  4. ประชาชนถอดใจ (37%) ผลโพลสะท้อนภาวะ “ถอดใจ” ต่อความเป็นจริงของระบบแต่งตั้ง โดย 34.46% เลือกคนที่เก่งและดี พอมีผลงาน แม้มีฝ่ายการเมืองหรือผู้มีอำนาจหนุนหลัง ขณะที่กลุ่ม “ดีแต่ไม่เก่ง” อยู่ที่ 12.54% ส่วนกลุ่มที่วิเคราะห์ได้ว่า “เก่งแต่ไม่ดี” รวม 37.31% ได้แก่ เก่งและมีผลงานแต่มีข้อสงสัยเรื่องทุจริต 17.64% มี‍เครือข่ายดึงงบได้ 12.91% และไม่โกงเองแต่หลับตาให้พวกพ้องโกง 6.76% สะท้อนภาวะจำยอม ประชาชนส่วน‍หนึ่งอาจยอมรับความสามารถ แม้ต้องแลกกับข้อกังขาด้านคุณธรรม

ข้อเสนออุปถัมภ์บวก

  1. การเมืองได้ใจ: เลือกดี + เก่ง ฤดูโยกย้ายปี 2569 เป็นโอกาสที่ฝ่ายการเมืองจะพิสูจน์ว่าอำนาจการแต่งตั้งสามารถใช้‍สร้างประโยชน์ให้ระบบราชการได้ ด้วย “อุปถัมภ์เชิงบวก” คือเปิดทางให้คนดี คนเก่ง และมีผลงานเข้าสู่ตำแหน่ง แทนการเลือกจากพวกพ้อง เส้นสาย หรือผลประโยชน์ หากทำได้ การเมืองจะไม่เพียง “ได้คน” แต่มีโอกาส “ได้ใจประชาชน”
  2. เปลี่ยนตัว หากพิสูจน์ผล: ไม่ดี ไม่เก่ง หากผู้ได้รับตำแหน่ง ไม่ดี ไม่เก่ง ไร้ประสิทธิภาพ หรือทำงานไม่ได้ ต้องกล้าเปลี่ยนตัว ขณะเดียวกันต้องรักษาคนดี–คนเก่งให้อยู่และเติบโตในระบบ เพื่อให้การโยกย้ายเป็นเครื่องมือเพิ่ม‍ประสิทธิภาพรัฐ ไม่ใช่เครื่องมือแบ่งอำนาจและผลประโยชน์

 

ลักษณะประชาก

ลักษณะประชากรและภูมิภาค กลุ่มตัวอย่าง 1,332 ราย สำรวจใน 6 ภูมิภาค จำแนกเป็นเพศชาย 47.34% เพศหญิง 48.72% เพศทางเลือก 2.33% ไม่ประสงค์ระบุ 1.61% ช่วงอายุ 18-25 ปี 13.35% 26-35 ปี 17.80% 36-45 ปี 24.14% 46-59 ปี 24.51% และ 60 ปีขึ้นไป 20.20% ระดับการศึกษา ประถม/ต่ำกว่า 8.83% มัธยมต้น 22.39% มัธยมปลาย/ปวช. 24.07% อนุปริญญา/ปวส. 14.08% ป.ตรี 16.23% และสูงกว่า ป.ตรี 6.42% อาชีพ ข้าราชการ/ลูกจ้างรัฐ/รัฐวิสาหกิจ 10.72% พนักงาน/ลูกจ้างเอกชน 17.87% เจ้าของธุรกิจ/ประกอบอาชีพอิสระ 18.38% เกษตรกรรม/เลี้ยงสัตว์/ประมง 10.21% รับจ้างทั่วไป 17.94% แม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณ 7.88% นักเรียน/นักศึกษา 9.56% ว่างงาน 7.44% และ ภูมิภาค ภาคเหนือ 16.88% ภาคอีสาน 33.84%  กทม. และปริมณฑล (นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี) 15.45% ภาคใต้ 13.93% ภาคกลาง 13.30% และภาคตะวันออก 8.60%

ดาวน์โหลด

Press IFD POLL_17.08.2026 [pdf]

Info_IFD POLL_17.08.2026 [pdf]