Skip to content Skip to footer

ไอเอฟดีโพล ศรัทธารัฐบาลทรุด-ปากท้องประชาชนทุกข์ 82.5%

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2569 ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) ประธานสถาบันการสร้างชาติ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ ร่วมแถลงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป เรื่อง “ศรัทธารัฐบาลทรุด-ปากท้องประชาชนทุกข์ 82.5%” กลุ่มตัวอย่าง 1,264 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 21–24 เม.ย. 2569 ครอบคลุม 6 ภูมิภาค ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และค่าความคลาดเคลื่อน ±3%

ผลไอเอฟดีโพล “ศรัทธารัฐบาลทรุด-ปากท้องประชาชนทุกข์ 82.5%” พบว่า ประชาชนไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะพาผ่านวิกฤตได้ 82.47% รัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาปากท้อง 72.22%  และรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจล่าช้า 81.19% ขณะที่มาตรการต้องการเร่งด่วนคือ การลดภาระค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าน้ำมัน และค่าเดินทาง 44.75% กับการควบคุมราคาอาหารและของใช้จำเป็น 22.50% รวม 67.25% ด้านมาตรการที่ประชาชนไม่ต้องการ ได้แก่ กู้เงินไม่ชัดเจน 26.50% ขึ้นภาษี 24.18% บริหารล่าช้า จนประชาชนต้องแบกภาระเอง 18.66% และประชานิยมแจกเงินระยะสั้น 18.01% รวม 87.35% สะท้อนว่าวิกฤตปากท้องกำลังขยายจากปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือนไปสู่แรงกดดันต่อศรัทธา เสถียรภาพรัฐบาล และการเมืองรอบหน้า

เมื่อสำรวจความเห็นประเด็น “รัฐบาลเข้าใจความทุกข์เรื่องปากท้องประชาชนมากน้อยเพียงใด” ในมุมมองของประชาชนตอบว่า “เข้าใจมาก” 2.64%, “ค่อนข้างเข้าใจ” 16.57%, “ไม่ค่อยเข้าใจ” 31.79%, “ไม่เข้าใจเลย” 40.43% และ “ไม่ทราบ/ไม่ตอบ” 8.57% โดยเมื่อรวมกลุ่มที่มองว่ารัฐบาลไม่ค่อยเข้าใจและไม่เข้าใจเลย จะอยู่ที่ 72.22% เทียบกับกลุ่มที่มองว่าเข้าใจมากและค่อนข้างเข้าใจมีเพียง 19.21% สะท้อนช่องว่างระหว่างรัฐบาลกับชีวิตจริงของประชาชนอย่างชัดเจน

เมื่อถามถึง “ความรวดเร็วของมาตรการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของรัฐบาล” ประชาชนตอบว่า “เร็วมาก” 1.84%, “ค่อนข้างเร็ว” 4.48%, “ค่อนข้างช้า” 33.39%, “ช้ามาก” 47.80%, “ไม่แน่ใจ/ยังไม่เห็นมาตรการ” 10.57% และ “ไม่ตอบ” 1.92% โดยกลุ่มที่มองว่ารัฐบาลแก้ปัญหาค่อนข้างช้า และช้ามากรวมกัน 81.19% สูงกว่ากลุ่มที่มองว่าเร็วมากและค่อนข้างเร็ว ซึ่งมีเพียง 6.32% แสดงให้เห็นว่าความเดือดร้อนของประชาชนเดินเร็วกว่าจังหวะมาตรการรัฐ

“มาตรการเร่งด่วนที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลออกมากที่สุด” อันดับหนึ่งคือ “ลดภาระค่าครองชีพพื้นฐาน เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง” 44.75%, รองลงมาคือ “ตรึงและควบคุมราคาสินค้าจำเป็น” 22.50%, “แก้ปัญหาหนี้ที่เป็นรูปธรรม” 9.69%, “พยุงการจ้างงานและเสริมสภาพคล่อง SMEs” 7.77%, “สร้างโอกาสเพิ่มรายได้” 8.97%, “ลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าดูแลบุตรและผู้สูงอายุ” 4.96% และ “อื่น ๆ เช่น เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ออกโครงการคนละครึ่ง” 1.36% โดยสองมาตรการแรกที่เกี่ยวกับการลดรายจ่ายและควบคุมราคาสินค้ารวมกันสูงถึง 67.25%

“มาตรการแก้ปัญหาปากท้องที่ประชาชนไม่อยากให้รัฐบาลใช้มากที่สุด” คือ “กู้เงินจำนวนมาก แต่ไม่ชัดเจนเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใส” 26.50%, ตามด้วย “ขึ้นภาษีในช่วงปากท้องประชาชนยังไม่ฟื้น” 24.18%, “ออกมาตรการหรือบริหารล่าช้า ประชาชนต้องแบกภาระเอง” 18.66%, “เน้นทำโครงการประชานิยม แจกเงินระยะสั้น” 18.01%, “ออกมาตรการช่วยเฉพาะกลุ่ม แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์” 11.77% และ “อื่น ๆ เช่น ลงทุนโครงการขนาดใหญ่ช่วงนี้ หรือมาตรการที่คอร์รัปชันไม่ถึงประชาชน” 0.88% โดยประเด็นกู้เงินไม่ชัดเจนและขึ้นภาษีรวมกัน 50.68% สะท้อนความกังวลเรื่องภาระการคลังและภาระประชาชนในอนาคต

ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการพาประชาชนผ่านวิกฤตปากท้อง ประชาชนตอบว่า “เชื่อมั่นมาก” 1.20%, “ค่อนข้างเชื่อมั่น” 16.33%, “ไม่ค่อยเชื่อมั่น” 51.00% และ “ไม่เชื่อมั่นเลย” 31.47% โดยกลุ่มไม่ค่อยเชื่อมั่นและไม่เชื่อมั่นเลย รวมกัน 82.47% ขณะที่กลุ่มที่เชื่อมั่นมากและค่อนข้างเชื่อมั่นรวมกันเพียง 17.53% กล่าวได้ว่ากลุ่มไม่เชื่อมั่นมีมากกว่ากลุ่มเชื่อมั่นประมาณ 4.70 เท่า ซึ่งเป็นสัญญาณแรงว่าปัญหาปากท้องกำลังสะเทือนความเชื่อมั่นทางการเมืองของรัฐบาล

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) วิเคราะห์ผลและนัยยะจากผลไอเอฟดีโพล ดังนี้

ศรัทธารัฐบาลทรุด เพราะประชาชนไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะพาผ่านวิกฤตได้ ผลโพลสะท้อนว่า ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอยู่ในระดับน่ากังวล โดยประชาชนไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะพาผ่านวิกฤตปากท้องได้ 82.47% ตัวเลขนี้เชื่อมโยงกับสองปัจจัยสำคัญ คือ ประชาชนมองว่ารัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาปากท้อง 72.22% และเห็นว่ารัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจล่าช้า 81.19% ทำให้ปัญหาปากท้องไม่ใช่แค่เรื่องรายได้รายจ่าย แต่กลายเป็นคำถามต่อความสามารถของรัฐบาลโดยตรง

ปากท้องประชาชนทุกข์ เพราะภาระใกล้ตัวกดดันชีวิตประจำวัน สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดคือมาตรการลดภาระชีวิตประจำวันทันที คือ ลดค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าน้ำมัน และค่าเดินทาง 44.75% รองลงมาคือควบคุมราคาอาหารและของจำเป็น 22.50% รวมสูงถึง 67.25%, นอกจากนั้นยังต้องการให้แก้หนี้รูปธรรม 9.69%, สร้างอาชีพเพิ่มรายได้ 8.97%, และลดภาระดูแลลูกพ่อแม่ 4.96% สะท้อนประชาชนเดือดร้อนกับ “รายจ่ายใกล้ตัว” มากที่สุด ไม่ใช่โครงการใหญ่ที่จับต้องยาก

ประชาชนต้องการความช่วยเหลือ แต่ไม่ต้องการมาตรการที่สร้างภาระซ้ำ แม้ประชาชนต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาปากท้อง แต่ไม่ได้ต้องการมาตรการแบบใดก็ได้ ผลโพลชี้ว่า ประชาชนไม่ต้องการให้รัฐกู้เงินแบบไม่ชัดเจน 26.50% ไม่ต้องการให้ขึ้นภาษี 24.18% ไม่ต้องการให้บริหารล่าช้าจนประชาชนต้องแบกภาระเอง 18.66% และไม่ต้องการประชานิยมแจกเงินระยะสั้น 18.01% รวมกัน 87.35% แสดงว่า ประชาชนต้องการมาตรการที่เร็ว ตรงจุด โปร่งใส และไม่โยนภาระไปในอนาคต

นัยยะจากผลไอเอฟดีโพล

  • ความเชื่อใจแย่: ตัวเลขไม่เชื่อมั่นรัฐบาล 82.47% เป็นสัญญาณว่า ประชาชนจำนวนมากเริ่มไม่มั่นใจว่ารัฐบาลมีศักยภาพพอจะพาประเทศออกจากวิกฤตปากท้องได้ ความเชื่อใจที่ลดลงนี้ทำให้ทุกนโยบายใหม่ของรัฐบาลถูกตั้งคำถามได้ง่าย
  • ความรู้สึกแย่: ประชาชนมองว่ารัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาปากท้อง 72.22% และแก้ปัญหาล่าช้า 81.19% สะท้อนอารมณ์ร่วมของประชาชนว่า รัฐบาลอยู่ห่างจากชีวิตจริง และไม่ทันต่อความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นทุกวัน
  • ปากท้องแย่: ประชาชนต้องการให้ลดภาระค่าครองชีพและควบคุมราคาสินค้าจำเป็นรวม 67.25% ชี้ว่า ปัญหาหลักขณะนี้คือเศรษฐกิจใกล้ตัว ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และภาระหนี้ครัวเรือน
  • ทางแก้ไขแย่: ประชาชนไม่ต้องการมาตรการที่ดูฉาบฉวยหรือสร้างภาระใหม่ ทั้งการกู้เงินไม่ชัดเจน ขึ้นภาษี ประชานิยมแจกเงินระยะสั้น และการบริหารล่าช้าจนประชาชนต้องรับภาระเอง รวม 87.35% สะท้อนว่า ประชาชนไม่ได้ปฏิเสธการช่วยเหลือ แต่ไม่เชื่อในวิธีแก้ที่ไม่ชัด ไม่คุ้ม และไม่ยั่งยืน
  • เสถียรภาพรัฐบาลแย่: เมื่อประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล 82.47% มองว่ารัฐบาลไม่เข้าใจปัญหา 72.22% และเห็นว่าแก้ปัญหาช้า 81.19% ผลโพลนี้จึงไม่ใช่แค่เสียงสะท้อนเศรษฐกิจครัวเรือน แต่เป็นสัญญาณว่า วิกฤตปากท้องกำลังลุกลามเป็นแรงกดดันต่อศรัทธา คะแนนนิยม เสถียรภาพรัฐบาล และการเมืองรอบหน้า

 

ลักษณะประชาก

กลุ่มตัวอย่าง 1,249 ราย จำแนกเป็น เพศชาย 42.99% หญิง 49.96% เพศทางเลือก 4.24% และไม่ประสงค์จะระบุ 2.80% ช่วงอายุ 18–25 ปี 14.97% 26–35 ปี 17.85% 36–45 ปี 20.82% 46–59 ปี 24.42% และตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 21.94% ระดับการศึกษา ประถม/ต่ำกว่า 11.05% มัธยมต้น 20.82% มัธยมปลาย/ปวช. 24.26% อนุปริญญา/ปวส. 18.33% ป.ตรี 18.33% และ สูงกว่า ป.ตรี 7.21% อาชีพ ข้าราชการ/ลูกจ้าง/รัฐและรัฐวิสาหกิจ 11.37% พนักงาน/ลูกจ้างเอกชน 27.38% เจ้าของธุรกิจ/ประกอบอาชีพอิสระ 20.10% เกษตรกรรม/เลี้ยงสัตว์/ประมง 6.08% รับจ้างทั่วไป/ใช้แรงงาน 10.89% แม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณ 8.73% นักเรียน/นักศึกษา 10.17% และ ว่างงาน 5.28% สำรวจใน 6 ภูมิภาค ได้แก่ กทม. และปริมณฑล 13.45% ภาคกลาง 13.29% ภาคตะวันออก 7.04% ภาคใต้ 13.85% ภาคเหนือ 18.82% และภาคอีสาน 33.55%

ดาวน์โหลด

Press IFD POLL_26.04.2026 [pdf]

Info_IFD POLL_26.04.2026 [pdf]